| Subcribe via RSS

หาจุดคุ้มทุน Kindle2

เคยคิดรึเปล่าพวก Gadget หรืออุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ไม่เว้นแม่แต่อะไรที่เราได้มาด้วยราคาแพงๆ เพื่อเติมเต็มชีวิต ซื้อมาเนี่ยมันคุ้มรึเปล่า? ก่อนจะตอบคำถามนี้เราต้องตอบให้ได้ก่อนว่าคำว่า “คุ้ม” เนี่ย เราได้กำหนดไว้รึเปล่าว่าใช้ไปเท่าไหร่ถึง “คุ้ม”

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดไว้หรอก ดังนั้นเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่คิดจะทำผมจึงคิด(ดูเป็นตัวขวางโลกชอบกล^^’)

เนื่องจากผมซื้อ Kindle2 มาระยะหนึ่ง ด้วยราคา 12,000 บาท แต่ก็เริ่มรู้สึกว่าเราคิดถูกรึเปล่าที่ซื้อมันมา

ทำไมถึงรู้สึกเช่นนี้?  ทั้งที่ก่อนซื้อเราวาดหวังว่าใช้ประโยชน์มันได้เต็มที่…ส่วนหนึ่งเราไม่รู้ ว่าจุดคุ้มทุน(ขอถือวิสาสะตั้งชื่อเองเลย)ของมันอยู่ตรง ไหน

ลำดับความคิด….
- ความคุ้มค่าของ Kindle2 จะคุ้มก็ต่อเมื่อเราได้อ่าน ebook จากมันจำนวนมากๆ…แต่เท่าไหร่หล่ะ กี่เล่ม ?…
- ดังนั้นจึงเอาราคา Kindle2 หารด้วยราคาหนังสือมาตรฐานในปัจจุบัน คือ 12000/200 = 60 เล่ม

ดังนั้นจึงได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่าผมต้องอ่านหนังสือ 60 เล่ม จาก Kindle2 ถึงจะเรียกว่าซื้อมาคุ้มค่าจริงๆ

ปล. ตอนแรกกะว่าจะให้เล่มละ 250 บาท จะได้เหลือหนังสือที่ต้องอ่านน้อยลง(เหลือ 48เล่ม) …หน้าด้านจริงๆฮ่าๆ

Tags: , ,

คิดๆๆ

ว่างๆได้ลองอ่านหนังสือ “เซียนตรรกะอัจฉริยะสมองซีกซ้าย” ของ ส.ส.ท
เซียนตรรกะอัจฉริยะสมองซีกซ้าย

ซึ่งเป็นหนังสือแปลจาก Akira Aizawa ผมซื้อมาจาก Se-ed เพราะอยากทดสอบ logic ตัวเองนิดหน่อยพออ่านๆดูก็พบว่าตอบได้หลายคำถามอยู่ (โอ้ว ข้าพเจ้าพอมีlogicกับเขาเหมือนกัน) มีอยู่หลายคำถามที่พบว่าเส้นผมบังภูเขาเหมือนกัน ลองมาดูกันดีกว่า

ลองทายเดือนเกิด
อันนี้เขาให้คนทายถือเครื่องคิดเลขพอคำนวนตามที่บอกแล้วยื่นให้คนถามก็จะรู้เดือนผู้ทายทันที
เริ่มจากนำตัวเลขเดือนเกิด (1=มกราคม,2=กุมภาพันธ์,….12=ธันวาคม)
คูณด้วย 10 บวกด้วย15 แล้วคูณ 10 อีกที บวกด้วย 215 แล้วก็บวกด้วยอายุของตัวเอง
แค่นั้นแหละ ….คนถามจะรู้ได้ยังไงว่าผู้ทายกดเลขอะไร?

Solution
ให้ a เป็นตัวเลขที่กด
(((a X 10) +15 )X10)+215 +24 = 100a+365 +24
และสมมติว่าเกิดเดือน พฤษภาคม, a=5 | 500+365+24
แค่นี้ผู้อ่านคงจะรู้แล้วว่าเพียงแค่ผู้ถามนำตัวเลขที่เป็นผลลัพธ์มาลบด้วย 365 ก็จะได้ 500+24
ซึ่งจะรู้ว่าเกิดเดือน5 และจะรู้ด้วยว่าอายุเท่าไหร่แล้ว :)

คำถามแนววิทยาศาสตร์
บนโลกนี้ ท้ายที่สุด ผู้ชายคนสุดท้ายกำลังนั่งเขียนพินัยกรรมอยู่ที่โต๊ะทำงาน
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งที่สัตว์บนโลกนี้สูณพันธ์ไปหมดแล้ว
ลมก็ไม่ได้มีแรงพอที่จะพาหินมากระทบประตูได้ และก็แน่นอนว่าไม่มีมนุษย์ต่างดาวบนโลกนี้ด้วย
แต่เอ๊ะ ! แล้วใครหล่ะที่เป็นเจ้าของเสียงนั้น ?

เฉลย
ผู้หญิงไงหล่ะ
นี่เป็นคำถามที่ตั้งใจจี้จุดบอดทางตรรกศาสตร์ เพราะไม่มีประโยคไหนที่บอกว่าผู้หญิงตายหมดแต่อย่างใด :)

คำถามแรกเป็นตัวอย่างเล็กน้อยที่พอจะทำให้เราได้เห็นว่าคำถามไม่ได้วัดLogic แต่อย่างใดแต่เพียงแค่เราไม่ได้คิดจะหาคำตอบจากคำถามอย่างจริงจัง

คำถามที่สองเป็นการฝึกให้เรามีความละเอียดรอบคอบ หากอ่านคำถามดีๆไม่มีทางที่จะหลงกลได้

Tags: , , , ,

เคล็ดลับช่วยจำและวิธีบริหารสมอง

March 15th, 2009 | No Comments | Posted in เรื่อยเปื่อย
ได้อ่านบทความหนึ่งในเวปผู้จัดการ เห็นว่ามีประโยชน์ดี เพราะช่วงนี้เบลอๆ หวังว่าคงช่วยอะไรผมได้บ้างนะ ฮ่าๆ(หัวร่อทำไม- -’)

1. จดบันทึก
การจดบันทึกจะช่วยให้คุณวางแผนเรื่องต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน นัดหมายต่างๆ รวมไปถึงการจดเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมลแอดเดรส วันเกิดเพื่อน หรือข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณเอง เช่น ยาประจำตัว จะให้ดีควรเป็นสมุดเล่มเล็กๆ ที่พกพาติดตัวไปด้วยได้
การลงมือเขียนด้วยตัวเองจะช่วยย้ำให้สมองจดจำได้ดีขึ้น และดีกว่าการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย เช่น การบันทึกไว้ในมือถือ

2. พูดกับตัวเอง
การพูดออกมาดังๆ ก็คล้ายกับการจดบันทึก เพียงแต่ออกมาในรูปของเสียง ควรเริ่มต้นตั้งแต่เช้า นึกถึงสิ่งที่คุณต้องทำในวันนั้น แล้วพูดออกมาดังๆ เช่น วันนี้ต้องซื้อบัตรเติมเงิน ตอนเที่ยงมีนัดกับลูกค้า ตอนเย็นต้องแวะซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต ย้ำกับตัวเองซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง

3. ติดโน้ตในที่ที่มองเห็นได้ง่าย
เขียนสิ่งที่ต้องทำลงบนกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ แปะไว้ในที่ที่มองเห็นได้ง่าย เช่น ประตูตู้เย็น ประตูบ้าน ในรถ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทุกครั้งที่เห็นโน้ตที่ติดไว้ ก็เท่ากับเตือนสมองให้จดจำเรื่องเหล่านั้น

4. เก็บของให้เป็นที่
ฝึกนิสัยเก็บของให้เป็นที่ เช่น แขวนกุญแจไว้ข้างประตูทางออก วางมือถือไว้บนโต๊ะทำงาน เก็บยาก่อนนอนไว้ที่โต๊ะหัวเตียง ชีวิตที่เป็นระเบียบจะช่วยให้สมองเป็นระเบียบเช่นกัน

5. ทำชีวิตให้ช้าลง
สมองจะจดจำอะไรได้ช้าลงเมื่ออายุมากขึ้น การพูดเร็ว-ทำเร็วจนเกินไป ทำให้สมองเก็บเรื่องราวเหล่านั้นไว้ไม่ทันและหลงลืมไปในที่สุด

6. อย่าทำหลายอย่างพร้อมกัน
การทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน เช่น คุยโทรศัพท์ไปด้วย ดูโทรทัศน์ไปด้วย หรือทำงานไปด้วย ฟังเพลงไปด้วย จะทำให้ไม่มีสมาธิในการจำ ควรเลือกทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งจะดีกว่า

7. มีสติ
การมีสติขณะทำสิ่งต่างๆ จะช่วยให้เราไม่หลงลืมได้ง่าย สมองจะจดจำได้โดยอัตโนมัติว่า ขณะนั้นเราปิดไฟแล้ว ปิดน้ำแล้ว ปิดแก๊สแล้ว ไม่ต้องมานั่งลังเลสงสัยทีหลังว่า เอ๊ะ ฉันทำไปแล้วหรือยัง

8. ร่างกายแข็งแรง
สมองที่แจ่มใส มาจากร่างกายที่แข็งแรง ดูแลตัวเองให้ดี รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้ครบหมู่ เน้นปลา ผักผลไม้สด ข้าวกล้อง และน้ำ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อร่างกายแข็งแรง ความจำก็จะดีตามไปด้วย

9. ทำสิ่งที่ตัวเองถนัด
ความถนัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนจำได้ดีเมื่อได้มองเห็นหรือจดบันทึก บางคนจำได้ดีเมื่อได้ยินเสียงหรือพูดดังๆ บางคนจะจำได้ก็ต่อเมื่อได้ลงมือปฏิบัติ สังเกตตัวเองว่าคุณจำได้ดีกับวิธีการไหน แล้วเลือกวิธีการที่เหมาะกับตัวเอง แต่ถ้าจะให้ดี ใช้ทั้ง 3 วิธีสลับกันก็จะช่วยให้สมองได้ฝึกทักษะมากขึ้น

วิธีบริหารสมอง ที่ช่วยในการพัฒนาความจำอย่างง่ายๆ สามารถทำได้ดังนี้

1. หยิบสิ่งของในที่มืด หลับตาอาบน้ำ หรือหลับตาแต่งตัว
2. รับประทานอาหารหรือหยิบจับสิ่งต่างๆ โดยใช้มือข้างที่ไม่ถนัด
3. ฟังเพลงที่ไม่เคยได้ยินเนื้อร้องมาก่อน แล้วหัดร้องตามไปจนร้องได้
4. อ่านหนังสือหลายๆ ประเภท หรือเปลี่ยนจากคอลัมน์ที่เคยอ่านประจำไปอ่านคอลัมน์อื่นบ้าง
5. อ่านป้ายโฆษณาตามข้างทาง ท้ายรถตุ๊กตุ๊ก ข้างรถเมล์ หรือถุงกล้วยแขก
6. ดูโทรทัศน์ที่มีสองภาษา หรือดูภาพยนตร์ที่มีซับไตเติล
7. บวกลบเลขทะเบียนของรถคันหน้า หรือเลขบนตั๋วรถเมล์
8. เปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน เช่น จัดห้องใหม่ เปลี่ยนที่วางของ เปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง หรือจากที่เคยขับรถก็เปลี่ยนไปนั่งรถเมล์หรือรถไฟฟ้าแทนบ้าง
9. เล่นเกมฝึกสมอง เช่น หมากรุก หมากฮอส ปริศนาอักษรไขว้ จับผิดภาพ ฯลฯ
10. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น หัดเล่นดนตรี เรียนภาษา เรียนทำอาหาร ฝึกศิลปะป้องกันตัว ฯลฯ
11. หมั่นออกสังคม พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติกับเพื่อนฝูง อย่าแยกตัวออกจากสังคม เพราะจะทำให้สมองไม่เกิดการพัฒนาและเสื่อมไปในที่สุด

อ้างอิง : ผู้จัดการ

Tags: