| Subcribe via RSS

ชัดเจน

ปกติเมื่อเรามีความกังวลใจ เรามักจะรับรู้อยู่ในใจว่าเรากังวลอะไร เราพยายามหาทางแก้ไขมัน แต่เราก็ยังรู้สึกกังวล มีห่วงอยู่ในใจ
เพราะอะไร?
เพราะเรายังมีห่วงว่า “มันหมดไปหรือยัง”

ความสับสน ความกังวลใจ แก้ได้ด้วยความชัดเจน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องหาทางแก้ไขได้ทั้งหมด แต่เป็นการที่เรารู้ชัดเจนว่าปัญหาทั้งหมด นั้นมีอะไรบ้าง
แต่ปกติเราจะไม่เขียนลงในกระดาษหรือพิมพ์ลงในคอมพ์ เราเก็บเอาไว้ในหัวเรา นี่คือสาเหตุของความไม่ชัดเจน

แล้วเราควรทำอย่างไร?
1)สร้างความชัดเจน ด้วยการเขียนปัญหาทั้งหมดออกมาเป็นข้อๆ
2)กำหนดความสำคัญของปัญหา หาทางแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดก่อน เป็นการสร้างความรู้สึกว่าเราแก้ปัญหาไปบ้างแล้ว (มันทำให้เรารู้สึกดีขึ้น ใจชื้นขึ้นได้จริงๆ)
3)ทำเป็นประจำ

Tags:

หาจุดคุ้มทุน Kindle2

เคยคิดรึเปล่าพวก Gadget หรืออุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ไม่เว้นแม่แต่อะไรที่เราได้มาด้วยราคาแพงๆ เพื่อเติมเต็มชีวิต ซื้อมาเนี่ยมันคุ้มรึเปล่า? ก่อนจะตอบคำถามนี้เราต้องตอบให้ได้ก่อนว่าคำว่า “คุ้ม” เนี่ย เราได้กำหนดไว้รึเปล่าว่าใช้ไปเท่าไหร่ถึง “คุ้ม”

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดไว้หรอก ดังนั้นเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่คิดจะทำผมจึงคิด(ดูเป็นตัวขวางโลกชอบกล^^’)

เนื่องจากผมซื้อ Kindle2 มาระยะหนึ่ง ด้วยราคา 12,000 บาท แต่ก็เริ่มรู้สึกว่าเราคิดถูกรึเปล่าที่ซื้อมันมา

ทำไมถึงรู้สึกเช่นนี้?  ทั้งที่ก่อนซื้อเราวาดหวังว่าใช้ประโยชน์มันได้เต็มที่…ส่วนหนึ่งเราไม่รู้ ว่าจุดคุ้มทุน(ขอถือวิสาสะตั้งชื่อเองเลย)ของมันอยู่ตรง ไหน

ลำดับความคิด….
- ความคุ้มค่าของ Kindle2 จะคุ้มก็ต่อเมื่อเราได้อ่าน ebook จากมันจำนวนมากๆ…แต่เท่าไหร่หล่ะ กี่เล่ม ?…
- ดังนั้นจึงเอาราคา Kindle2 หารด้วยราคาหนังสือมาตรฐานในปัจจุบัน คือ 12000/200 = 60 เล่ม

ดังนั้นจึงได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่าผมต้องอ่านหนังสือ 60 เล่ม จาก Kindle2 ถึงจะเรียกว่าซื้อมาคุ้มค่าจริงๆ

ปล. ตอนแรกกะว่าจะให้เล่มละ 250 บาท จะได้เหลือหนังสือที่ต้องอ่านน้อยลง(เหลือ 48เล่ม) …หน้าด้านจริงๆฮ่าๆ

Tags: , ,

ยุติธรรม

มีเด็กมหาลัย2คน คนแรกตั้งใจเรียน เข้าเรียนทุกครั้ง ส่งงานครบ
คนที่สองไม่ค่อยเข้าเรียน งานการไม่ค่อยส่ง

พอเกรดออกมา คนแรก C+ คนที่สอง B+…

คนแรกก็ออกแนวน้อยใจ  เข้าไประบายในเวปบอร์ดสถาบันว่า

“เราเข้าเรียนทุกครั้ง ไม่เคยขาด ส่งงานทุกครั้ง ทำงานทุกชิ้น แต่ได้แค่ C+ กับคนที่ไม่มาเรียนเลย ไม่เคยทำงานเลย กลับได้ B+ “

ถ้าเกิดขึ้นกับคนอื่นก็คงจะเห็นว่ามันก็จริง แต่มาตรฐาน”ความยุติธรรม” ของผู้เสียประโยชน์ มักจะ “ไม่ได้มาตรฐาน” เหตุเพราะขาดสติไตร่ตรอง
- วิชาที่เรียนมันมีสัดส่วนการคิดคะแนนอย่างไร ไม่ได้วางแผน
- วางแผนแล้วแต่ทำคะแนนสอบได้ไม่ดีเท่าคนหลัง ซึ่งคะแนนส่วนนี้โดยมากมักจะเยอะ
- ตัวเองคิดว่าทำข้อสอบได้..แต่อาจผิดโดยไม่รู้ตัว

เลยเหมารวมว่า “มันไม่ยุติธรรม”

โดยไม่ได้หาสาเหตุ หรือไม่ไขข้อข้องใจและสรุปเหตุที่เกิดด้วยคำว่า “มันไม่ยุติธรรม”
- เมื่อตนเชื่อว่าตนน่าจะได้มากกว่านี้ ตรวจข้อสอบผิด? แต่ไม่ได้ไปหาอาจารย์เพื่อตรวจสอบ
- เมื่อเห็นอีกคนได้คะแนนเยอะกว่า  แต่ไม่หาสาเหตุ ไม่เข้าไปพูดคุยว่าเขาทำอย่างไร
- ข้อสอบที่เป็นปรนัยผู้สอบสามารถ”มั่ว”ได้
- ข้อสอบอัตนัยมาตรฐานอยู่ที่อาจารย์ เมื่อเรียนกับท่านก็เท่ากับยอมรับเกณฑ์การให้คะแนนนี้

เรื่องที่เราคิดว่ามันไม่ยุติธรรมหลายๆเรื่อง บางเรื่องมีเหตุมาจากตัวเรา ไม่ปกป้องสิทธิที่พึงมีพึงได้ของเราเอง ดังนั้นหากเราไม่เริ่มไตร่ตรองให้หนัก เราก็จะพบกับเรื่อง(ที่เราคิดว่า) “มันไม่ยุติธรรม” อยู่เรื่อยๆ

Tags: ,

ใช้หมอง..คิดซักนิด

March 8th, 2009 | No Comments | Posted in เรื่อยเปื่อย

เคยอ่าน Fwd Mail ใจความว่า

เลขคำนวนสนุกๆ ไม่น่าเชื่อด้วยแหละ             > > ลองเล่นดูนะ เหลือเชื่อเลย น่าจะเอามาเป็นข้อสอบ GMAT เข้า ป.โท นะเนี้ย*****             > > ใครคิดสูตรนี้เนี่ย งง?             > > 1. ในหนึ่งสัปดาห์คุณต้องการ เจอกับแฟนของคุณกี่วัน             > > 2. เอาตัวเลขนั้นไปคูณด้วย 2             > > 3. จากนั้นบวกด้วย 5             > > 4. แล้วคูณด้วย 50             > > 5. ถ้าปีนี้ยังไม่ถึงวันเกิดของคุณ บวกด้วย 1757             > > >แต่ถ้าเลยมาแล้วบวกด้วย 1758             > > 6. ลบด้วยปีเกิดของคุณเป็นปีคริสตศักราช เช่น เกิดปีพ.ศ. 2523 (ค.ศ.1980) ก็เอาตัวเลขนั้นลบ ด้วย 1980             > > เอาล่ะ เราไปดูคำทำนายกันดีกว่า แน่ใจนะว่าคุณทำข้างบน เสร็จแล้ว > > >ถ้าแน่ใจก็ไปดูคำทำนายจริงๆ             > > กันได้เลย             > > เฉลย ตอนนี้คุณมีตัวเลขอยู่สามหลัก             > > ตัวเลขหลักแรก(หลักร้อย) เป็นจำนวนวันที่คุณตอบมาว่า             > > อยากเจอกับแฟนของคุณสัปดาห์ละกี่วัน Ø  > ตัวเลขสองหลักที่เหลือ เป็นอายุของคุณตอนนี้… >>  ตรงกันมั้ยครับ เอิ๊ก เอิ๊ก

ด้วยความสงสัยเลย ทดลองคิดเล่นๆ โดยให้ ข้อ1แทนด้วยตัวแปร x แล้วทำตาม ลำดับไปเรื่อยๆ

ข้าพเจ้าอายุ 23 (ปี1985)และปีนี้ผ่านวันเกิดข้าพเจ้าไปแล้วเลยต้องคำนวนโดยใช้เลข 1758 สินะ

แต่ขอติด 1757 ไว้ด้วย จะได้เห็นกันชัดๆ

ผลลัพธ์ = 50(2x+5) + (1757 or 1758) -1985       
              = 100x +250 + (1757 or 1758) -1985
              = 100x + (1757 or 1758) – 1735
              = 100x + (22 or 23)
              = x00 + (22 or 23)
              = x22 or x23

คำตอบก็จะได้อย่างที่เห็น X หรือจำนวนวันที่อยากเจอกับแฟนก็จะอยู่หลักร้อยอย่างไม่ต้องสงสัย

ถ้าปีนี้ยังไม่ถึงวันเกิด ก็จะมีอายุ 22 และถ้าผ่านก็จะมีอายุ 23 ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

…ใช้สมองวันละนิดชีวิตสดใส ห่างไกลยาเสพติด  …..( _ * _’ )

Tags: , , ,