| Subcribe via RSS

พักเขียนบลอค ด้วยการเมือง

นี่เป็นเหตการณ์ประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ที่ถือว่ารัฐบาลท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นรัฐบาลแรกที่ให้โอกาสแกนนำเสื้อแดงเข้ามาหารือบทสรุปกับข้อเรียกร้อง”ยุบสภา” ถ่ายทอดสดฟรีทีวีทุกช่อง

หลังจากติดตามมา 3 ชั่วโมงทำให้ไม่ได้มีโอกาสในการอ่านหนังสือเพื่อเขียน Blog ประจำอาทิตย์นี้ (ข้ออ้างสมบูรณ์แบบ!)

ใกล้ถึงวันประเมินแล้วครับ[ไม่เกี่ยวกับ programming!]

Note: นี่คือบันทึกความทรงจำช่วงก่อนประเมินผล

เนื่องจากวันที่26 กพ.นี้จะเป็นวันประเมิน (หรือพิจารณาเงินเดือน)
เลยถือโอกาสเขียนบันทึกไว้ซะหน่อยว่า เทศกาลนี้มันเกิดขึ้นทุกปีกับมนุษย์เงินเดือนทุกคน (บาง บ.อาจหลายครั้งต่อปีแต่โดยส่วนใหญ่ปีละครั้ง) ทุกครั้งที่ผมโดนเรียกเข้าห้องBoss นี่ก็จะเป็นรอบที่ 3 แล้ว ครั้งนี้กลับรู้สึกเฉยๆ แตกต่างจากเมื่อก่อน ที่จะกระดี๊กระด๊าตื่นเต้นว่าเงินเดือนเราจะขึ้นรึเปล่า!  เพราะรู้ว่าเงินเดือนขึ้นอยู่แล้ว แต่ไอ้ระดับความพอใจของคนเรามันไม่เหมือนกัน บ่อยครั้งที่ระดับความพอใจในเงินเดือนของเราต้องไปเทียบกับเงินเดือนคนอื่น(เพื่อนเรา) สารภาพว่าเงินเดือนผมตอนนี้ยังเทียบไม่ได้กับเงินเดือนเริ่มต้นของเพื่อนผมตอนเริ่มทำงานปีแรกในตำแหน่งเดียวกัน(เมื่อ2ปี 10เดือนมาแล้ว) ทั้งที่มีการปรับเงินเดือนเพิ่มทุกปี บางทีนัดเจอเพื่อน มหาลัย หรือมัธยม เราก็มักถูกถามเรื่องนี้เสมอ บางคนเป็นเซลล์เก็บเงินได้เป็นล้านภายในปี(หรือเร็วกว่านั้น) 2ปี จนบางทีเราก็แอบน้อยใจว่าเฮ้ย กูทำงานหนักกว่ามัน แต่มันเงินโครตดีเลยหว่ะ (คนที่เป็นนักขายเข้ามาอ่านถึงตรงนี้อาจมีเคืองว่ากูก็งานหนักนะว้อย!)

[ส่วนตัวล้วนๆ(ความจริงส่วนตัวตั้งแต่เริ่มฮ่าๆๆ)]
สำหรับผมต้องดูแล product ตัวหนึ่งของบ.เพียงคนเดียว ทั้งที่มีตำแหน่งเป็น Implementor (Programmer ธรรมดาๆ) implement ให้ 4 บริษัทก็ต้องดูแล เป็น Contact point ให้ทั้งหมด แถมยังมี project ที่คนดูแลลาออกไปแล้วให้ผมดูแทน ที่ต้องคอยไปลง ไปตรวจสอบ กลายเป็น supporter อีก 1 ตำแหน่ง แถมมีโปรเจคใหม่ๆเข้ามาก็จับผมเข้าไปใน project ซึ่งจนถึงตอนนี้ผมผ่านการทำงาน เกือบทุกproject ในบ.แล้ว

บางคนอาจคิดเรื่องบุญคุณกับที่ทำงานที่แรก ที่อุตส่าห์รับเราเข้าทำงาน ทำให้เราพัฒนาตัวได้อย่างในปัจจุบัน แต่คุณคิดไปเอง! บ.จ้างคุณมาก็เพื่อให้คุณทำงานให้คุ้มค่าแรงที่เขาต้องจ่าย การพัฒนาคนก็เป็นส่วนหนึ่งในปัจจัยการเพิ่มผลผลิต และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ บ.ต้องการ output ที่ดีเท่านั้น เรื่องการพัฒนาคนเป็นผลพลอยได้สำหรับแต่ละคน

ผมกลับคิดว่าถ้าหากเราทำงานหนักแถมล่วงเวลา บริษัทต่างหากที่เป็นหนี้บุญคุณพนักงาน

Tags:

หาจุดคุ้มทุน Kindle2

เคยคิดรึเปล่าพวก Gadget หรืออุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ไม่เว้นแม่แต่อะไรที่เราได้มาด้วยราคาแพงๆ เพื่อเติมเต็มชีวิต ซื้อมาเนี่ยมันคุ้มรึเปล่า? ก่อนจะตอบคำถามนี้เราต้องตอบให้ได้ก่อนว่าคำว่า “คุ้ม” เนี่ย เราได้กำหนดไว้รึเปล่าว่าใช้ไปเท่าไหร่ถึง “คุ้ม”

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดไว้หรอก ดังนั้นเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่คิดจะทำผมจึงคิด(ดูเป็นตัวขวางโลกชอบกล^^’)

เนื่องจากผมซื้อ Kindle2 มาระยะหนึ่ง ด้วยราคา 12,000 บาท แต่ก็เริ่มรู้สึกว่าเราคิดถูกรึเปล่าที่ซื้อมันมา

ทำไมถึงรู้สึกเช่นนี้?  ทั้งที่ก่อนซื้อเราวาดหวังว่าใช้ประโยชน์มันได้เต็มที่…ส่วนหนึ่งเราไม่รู้ ว่าจุดคุ้มทุน(ขอถือวิสาสะตั้งชื่อเองเลย)ของมันอยู่ตรง ไหน

ลำดับความคิด….
- ความคุ้มค่าของ Kindle2 จะคุ้มก็ต่อเมื่อเราได้อ่าน ebook จากมันจำนวนมากๆ…แต่เท่าไหร่หล่ะ กี่เล่ม ?…
- ดังนั้นจึงเอาราคา Kindle2 หารด้วยราคาหนังสือมาตรฐานในปัจจุบัน คือ 12000/200 = 60 เล่ม

ดังนั้นจึงได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่าผมต้องอ่านหนังสือ 60 เล่ม จาก Kindle2 ถึงจะเรียกว่าซื้อมาคุ้มค่าจริงๆ

ปล. ตอนแรกกะว่าจะให้เล่มละ 250 บาท จะได้เหลือหนังสือที่ต้องอ่านน้อยลง(เหลือ 48เล่ม) …หน้าด้านจริงๆฮ่าๆ

Tags: , ,

ยุติธรรม

มีเด็กมหาลัย2คน คนแรกตั้งใจเรียน เข้าเรียนทุกครั้ง ส่งงานครบ
คนที่สองไม่ค่อยเข้าเรียน งานการไม่ค่อยส่ง

พอเกรดออกมา คนแรก C+ คนที่สอง B+…

คนแรกก็ออกแนวน้อยใจ  เข้าไประบายในเวปบอร์ดสถาบันว่า

“เราเข้าเรียนทุกครั้ง ไม่เคยขาด ส่งงานทุกครั้ง ทำงานทุกชิ้น แต่ได้แค่ C+ กับคนที่ไม่มาเรียนเลย ไม่เคยทำงานเลย กลับได้ B+ “

ถ้าเกิดขึ้นกับคนอื่นก็คงจะเห็นว่ามันก็จริง แต่มาตรฐาน”ความยุติธรรม” ของผู้เสียประโยชน์ มักจะ “ไม่ได้มาตรฐาน” เหตุเพราะขาดสติไตร่ตรอง
- วิชาที่เรียนมันมีสัดส่วนการคิดคะแนนอย่างไร ไม่ได้วางแผน
- วางแผนแล้วแต่ทำคะแนนสอบได้ไม่ดีเท่าคนหลัง ซึ่งคะแนนส่วนนี้โดยมากมักจะเยอะ
- ตัวเองคิดว่าทำข้อสอบได้..แต่อาจผิดโดยไม่รู้ตัว

เลยเหมารวมว่า “มันไม่ยุติธรรม”

โดยไม่ได้หาสาเหตุ หรือไม่ไขข้อข้องใจและสรุปเหตุที่เกิดด้วยคำว่า “มันไม่ยุติธรรม”
- เมื่อตนเชื่อว่าตนน่าจะได้มากกว่านี้ ตรวจข้อสอบผิด? แต่ไม่ได้ไปหาอาจารย์เพื่อตรวจสอบ
- เมื่อเห็นอีกคนได้คะแนนเยอะกว่า  แต่ไม่หาสาเหตุ ไม่เข้าไปพูดคุยว่าเขาทำอย่างไร
- ข้อสอบที่เป็นปรนัยผู้สอบสามารถ”มั่ว”ได้
- ข้อสอบอัตนัยมาตรฐานอยู่ที่อาจารย์ เมื่อเรียนกับท่านก็เท่ากับยอมรับเกณฑ์การให้คะแนนนี้

เรื่องที่เราคิดว่ามันไม่ยุติธรรมหลายๆเรื่อง บางเรื่องมีเหตุมาจากตัวเรา ไม่ปกป้องสิทธิที่พึงมีพึงได้ของเราเอง ดังนั้นหากเราไม่เริ่มไตร่ตรองให้หนัก เราก็จะพบกับเรื่อง(ที่เราคิดว่า) “มันไม่ยุติธรรม” อยู่เรื่อยๆ

Tags: ,